วันที่ 17 กรกฎาคม 2555

เวลาอยากได้ของนั่นนี่ อันนั้นก็อยากซื้อ อันนี้ก็อยากได้ เวลากิเลสมันถาโถมโหมใส่เยอะๆ มันจะทำให้เราร้อนรน เดินวนไปมาคิดถึงแต่มันอยู่นั่นแหละ
เคยไหมเวลาอยากได้อะไรก็จะเฝ้าคอยตามหา เช็คราคา เช็คของ เห็นแค่รูปยังไม่เห็นของจริงก็มีความสุขแล้ว หรือการได้พูดถึงแลกเปลี่ยนความเห็นกับคนที่รักใคร่ชอบพอของ
เหมือนๆกัน มันก็ทำให้ชีวิตมีความสุขแล้ว
เป็นมากหน่อยก็ฝันถึงมันซะเลย
แต่ข้าวของเหล่านี้อยากได้คงเสกมาไม่ได้ ต้องเอาเงินแลกมา เพราะฉะนั้นต้องไถนาเหนื่อยยาก เก็บสะสมเงินจนกว่าจะได้ มันทำให้เรารู้คุณค่าของมัน
แต่มนุษย์ขี้เหม็นก็ยังมีความอยาก ความต้องการไม่สิ้นสุด มีแล้วก็อยากมีอีก ทั้งๆที่บอกกับตัวเองไว้ครั้งก่อนว่า "พอแล้วไม่เอาแล้ว" ตอนจ่ายบัตรเครดิตไปงวดล่าสุดแล้วเลือกอาบซิบๆ นั่นแหละ
ที่พูดมาน่ะ ฉันล้วนๆ มีทั้งบอกให้เพื่อนคอยดึง ฉุด กระชาก เหยียบเวลาอยากได้ของอะไรแพงๆว่าให้เตือนสติด้วย บางทีมันก็ทำนะ แต่ฉันก็คอยหาเหตุผลข้างๆ คูๆ สนับสนุนความต้องการของตัวเองอยู่บ่อยครั้ง และบางครั้งเพื่อนก็ลืมตัว ทำการยุยยงส่งเสริมคล้ายเป็นปอมปอมเชียร์ระดับประเทศทีเดียว
ฉันเคยทำหลายวิธีในการหยุดความอยากและการช็อปปิ้งของตัวเอง อย่างเช่นเอาบัตรเครดิตไปซ่อนหรือถึงขั้นหักบัตรเครดิตทิ้งก็มี แต่สิ่งที่ทำแล้วเวิร์คก็คือ การหลอกว่าตัวเองไม่มีเงิน!!!
ฟังดูบ้าบอสิ้นดีแต่คนเราเป็นแบบนี้ พอรู้ว่ามีเงินในมือ เราจะคิดเลยว่าเราจะเอาไปใช้อะไรดี เราจะซื้ออะไรดีน้า ของที่อยากได้มันจะผุดขึ้นเต็มไปหมด แล้วก็เราก็จะไม่มีเงินเก็บได้เลย
วิธีการหลอกตัวเองของฉันก็คือ การเอาเงินก้อนไปต่อยอดหรือให้เงินไปทำงานนั่นเอง เวลาเงินไปทำงานมันจะไม่ว่างที่จะอยู่กับเรา (ก็มันไปทำงานไงล่ะ) ฉันจะเอามันไปซื้อกองทุนบ้าง ซื้อหุ้น ซื้อทอง ซื้อคอนโด (ไม่แนะนำให้เอาเงินไปทำงานด้วยการปล่อยกู้ เพราะเป็นการทำนาบนหลังคนและเสี่ยงต่อการโดนคนสะบัดหลังหนีหนี้ด้วย) พอเราเอาเงินไปทำงานหมดแล้ว เราก็จะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเงินอีกต่อไป การเริ่มต้นหาเงินใหม่ ขยันใหม่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
งานนี้จะทำให้เราหลังชนฝา ความคิดสร้างสรรค์จะบรรเจิดอีกครั้ง ความขยันจะเข้าสิง และที่สำคัญเงินเราไม่หายไปไหนแถมงอกเงยขึ้นอีกต่างหาก
ใครอยากจะเอาวิธีหลอกตัวเองแบบฉันไปลองทำก็ยินดี รับรองว่ามีเงินงอกเงยแน่นอน
อีกวิธีที่ให้ลองทำก็คือ จัดข้าวของที่เรามีกันบ้าง!!!
ก่อนที่จะคิดซื้อของใหม่ สำรวจของเก่ากันก่อนใหม่ บางครั้งเราอาจจะพบว่า เรามีเสื้อบางตัวที่ยังไม่ได้ใส่ กระโปรงที่ยังไม่ตัดป้าย รองเท้าที่คล้ายกันหลายคู่ ตู้กระเป๋าที่แทบจะล้มทับตาย
วันก่อนฉันลองใช้วิธีนี้กับตัวเองในวันที่อยากได้กระเป๋าและรองเท้าใหม่ มันเกิดจากว่าของมันดูรกๆ และไม่มีที่จะวางอยู่แล้ว แต่ก็ยังอยากจะได้ของใหม่มาเพิ่มอีก และคาดว่าคงจะจ่อคิวมาเร็วๆ นี้ เราคงต้องจัดที่ทางไว้วางของใหม่ที่จะเข้ามาก่อนดีกว่า
แต่การได้จัดของที่มีให้เข้าที่เข้าทาง กลับกลายเป็นว่าเราได้เห็นของที่เรามีอยูู่ทั้งหมด ได้รู้ว่า อ๋อ! เรามีแบบนี้สีนี้แล้วนี่หว่า เอ้า! ใบนี้ใช้ไปครั้งสองครั้งเอง ยังสวยอยู่เลย เอ้ย! แบบนี้กลับมาฮิตอีกแล้วนี่ ความจริงกรูก็มีเยอะแล้วนะเนี่ย!!!!!!
แล้วถ้าใจแข็งอีกนิดให้ลองกดเครื่องคิดเลข คำนวณเงินคร่าวๆว่าที่มีอยู่น่ะ มันราคาเท่าไหร่ ขอเตือนว่าหาฟูกมารองและเตรียมยาดมให้พร้อม เพราะเกรงว่าพอเห็นตัวเลขจะเป็นลมล้มตึงได้!
รองเท้าก็เช่นกัน คู่ไหนที่ไม่ค่อยได้ใส่เลย (ขอให้ซื่อสัตย์กับตัวเองสักนิด) หรือใส่แล้วกัดไม่ปล่อย (คือใส่มาหลายครั้งยังกัดอยู่นั่นแหละ) ก็ขอให้ตัดใจเอาไปบริจาคหรือยกให้ใครหรือจะเอาไปขายก็สุดแล้วแต่ เพราะรองเท้าถ้าไม่ใส่มันจะพัง กรอบ แตก แห้งและเปลืองที่เปล่าๆ!
และอีกเช่นกันที่เราจะเห็นรองเท้าทั้งหมดของเรา เอามันมาเช็ดทำความสะอาดก็ดูเหมือนใหม่ คราวนี้เราก็จะรู้แล้วเท้าสองข้างของเรา มันไม่มีวันจะใส่รองเท้าทั้งหมดไปได้ ยกเว้นว่าเราจะเป็นกิ้งกือ!!
ของที่เราอยากได้ เวลาที่เราไม่ได้มันซะที มันก็จะทำให้เรามีความสุขที่ได้คิดถึงมันได้วนเวียนไปดูมัน แต่วันใดที่เราครอบครองมันแล้ว แปลกไหมที่เรากลับไม่มีความสุขเหมือนก่อน
ของบางอย่างถ้าไม่ได้ครอบครองก็ทำให้เรามีความสุขได้นะ จริงไหม!!??
ที่มา :chicministry.com
0 comments
There is no comment.
Write comment.